News

13 ปีแห่งหยาดน้ำตาและรอยแค้น: เมื่ออดีตสามีที่ทิ้งฉันกับลูกแฝดในท้อง

 ต้องทรุดคุกเข่าแทบขาดใจกลางกองบัญชาการทหารบก เพราะ ‘ผู้บัญชาการหญิง’ และ ‘สองยุวชนทหารเกียรติยศ’ บนเวที คือสายเลือดที่เขาเคยเหยียบย่ำ!

บรรยากาศภายในหอประชุมใหญ่ของกองบัญชาการกองทัพบกในเช้าวันนี้ เต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและทรงเกียรติ แสงไฟแชนเดอเลียร์สาดส่องกระทบเครื่องหมายยศและเหรียญตราบนอกเสื้อของนายทหารระดับสูงนับร้อยนายที่มารวมตัวกันในวาระพิเศษ วันนี้คือวันประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลเกียรติยศสูงสุดระดับชาติ ทั้งในระดับผู้บังคับบัญชาและระดับยุวชนทหารหัวกะทิ

ที่มุมหนึ่งของที่นั่งแขกวีไอพีฝั่งพลเรือน ‘ธีรเดช’ นักธุรกิจวัยสี่สิบต้นๆ กำลังนั่งกระสับกระส่าย เหงื่อกาฬซึมชื้นตามกรอบหน้า แม้แอร์ในหอประชุมจะเย็นเฉียบก็ตาม ธีรเดชในวันนี้ไม่ใช่เสี่ยหนุ่มอนาคตไกลเหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อน ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของเขากำลังจะล้มละลาย ภรรยาไฮโซที่เขาเคยเกาะชายกระโปรงก็เพิ่งฟ้องหย่าและฮุบสมบัติไปจนหมด วันนี้เขาใช้เส้นสายเฮือกสุดท้ายยัดเงินเพื่อขอเข้ามาเป็นแขกในงาน หวังจะประจบประแจงนายทหารชั้นผู้ใหญ่เพื่อขอประมูลงานก่อสร้างของกองทัพ หวังต่อลมหายใจเฮือกสุดท้ายให้ตัวเอง

ทว่า… ธีรเดชไม่เคยรู้เลยว่า การก้าวเท้าเข้ามาในหอประชุมแห่งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการชดใช้กรรมที่สาสมที่สุดในชีวิต!

ย้อนกลับไปเมื่อ 13 ปีที่แล้ว…

ในห้องเช่าแคบๆ ที่มีเพียงเสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสี ‘รินลดา’ หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ กำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้จนตัวโยน มือของเธอลูบหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยซึ่งมีอายุครรภ์ได้ 3 เดือน เบื้องหน้าของเธอคือธีรเดช ชายคนรักที่กำลังยัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าด้วยใบหน้าที่ไร้เยื่อใย

“ธี… อย่าทิ้งรินไปเลยนะ รินกำลังท้องลูกของเรา… หมอบอกว่าเป็นฝาแฝดด้วยนะธี ธีจะทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองลงคอเหรอ!” รินลดาร้องไห้อ้อนวอน แทบจะคลานเข่าไปกอดขาสามี

แต่ธีรเดชกลับสะบัดขาออกอย่างแรงจนเธอเสียหลักล้มลง “เลิกเพ้อเจ้อสักทีริน! ฝาแฝดงั้นเหรอ? ฉันจะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยง! ลำพังตัวฉันเองยังเอาไม่รอด แล้วฉันกำลังจะได้แต่งงานกับลูกสาวเจ้าสัวอสังหาฯ ฉันกำลังจะมีชีวิตที่ดี มีหน้ามีตาในสังคม… ขืนฉันอยู่กับผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ ชาตินี้ฉันก็เป็นได้แค่ไอ้กระจอก! ไปเอาเด็กออกซะ แล้วอย่ามาวุ่นวายกับชีวิตฉันอีก!”

พูดจบ ธีรเดชก็เดินข้ามร่างของรินลดาที่กำลังนอนสะอื้นไห้และเดินออกจากประตูไปอย่างเลือดเย็น ทิ้งให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ ต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมอันโหดร้ายเพียงลำพัง

ในคืนนั้น รินลดาปาดน้ำตาและสาบานกับตัวเองท่ามกลางสายฝนว่า เธอจะไม่ยอมเป็นผู้หญิงอ่อนแอที่ถูกเหยียบย่ำอีกต่อไป เธอจะเลี้ยงลูกแฝดคู่นี้ให้เติบโตมาอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด และจะทำให้ผู้ชายสารเลวคนนั้นต้องเสียใจไปตลอดชีวิตที่ทิ้งเพชรแท้เพื่อไปคว้าเศษกรวด!

รินลดากัดฟันสู้ชีวิต เธอสอบเข้าเป็นทหารหญิงสายยุทธการด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง ความฉลาด เด็ดขาด และหัวใจที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ทำให้เธอไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงอย่างรวดเร็ว เธอฝ่าฟันภารกิจเสี่ยงตายและสร้างผลงานระดับชาติมากมาย จนได้รับการประดับยศเป็นนายทหารหญิงระดับผู้บัญชาการที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์กองทัพ!

ในขณะเดียวกัน ลูกชายฝาแฝดของเธอ ‘พยัคฆ์’ และ ‘มังกร’ ก็เติบโตขึ้นมาภายใต้การหล่อหลอมอันยอดเยี่ยมของแม่ เด็กหนุ่มวัย 13 ปีทั้งสองคนไม่เพียงแต่มีไอคิวระดับอัจฉริยะ แต่ยังมีร่างกายที่สูงโปร่ง แข็งแรง และเชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ทุกแขนง พวกเขาสอบติดโควตาพิเศษของโรงเรียนเตรียมทหารตั้งแต่อายุยังน้อย และสร้างชื่อเสียงจนกลายเป็น ‘ยุวชนทหารเกียรติยศระดับชาติ’ ที่กองทัพภาคภูมิใจ

กลับมาที่ปัจจุบัน… ภายในหอประชุมกองบัญชาการกองทัพบก

เสียงแตรวงดุริยางค์ทหารบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ดังกึกก้อง พิธีกรบนเวทีประกาศด้วยน้ำเสียงทรงพลัง

“ลำดับต่อไป ขอเรียนเชิญประธานในพิธี ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษและผู้อำนวยการศูนย์ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ… พลตรีหญิง รินลดา ภักดีวัชระ ขึ้นมอบรางวัลเกียรติยศครับ!”

สิ้นเสียงประกาศ ประตูไม้สักบานใหญ่ด้านข้างเวทีก็เปิดออก ร่างของนายทหารหญิงในชุดเครื่องแบบเต็มยศ ก้าวเดินออกมาด้วยท่วงท่าที่สง่างามและทรงอำนาจ เหรียญกล้าหาญและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติบนอกเสื้อส่องประกายระยิบระยับ ใบหน้าของเธอสวยเฉียบคม นัยน์ตาเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นราวกับพญาอินทรี ทุกก้าวเดินของเธอสะกดให้คนทั้งหอประชุมต้องเงียบกริบและมองด้วยความเคารพ

แต่สำหรับ ‘ธีรเดช’ ที่นั่งอยู่ด้านล่าง… วินาทีที่เขาเห็นใบหน้าของพลตรีหญิงคนนั้นอย่างชัดเจน หัวใจของเขากระตุกวูบราวกับถูกกระชากตกลงมาจากตึกร้อยชั้น!

‘ร… รินลดา… รินลดา! เป็นไปไม่ได้! นังผู้หญิงบ้านนอกที่ฉันทิ้งไปวันนั้น กลายเป็นนายพลหญิงระดับประเทศไปได้ยังไง!’

ธีรเดชหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม มือไม้สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด ความอับอายและความเสียดายถาโถมเข้าใส่จนหน้ามืด เขาเพิ่งรู้ตัวว่าผู้หญิงที่เขามองว่าเป็นตัวถ่วงความเจริญ บัดนี้ได้กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่เขายืนอยู่ห่างไกลจนเทียบไม่ติด แม้แต่จะช้อนตามองยังไม่กล้า

ทว่า… ความช็อกของธีรเดชยังไม่จบเพียงแค่นั้น!

หลังจากที่พลตรีหญิงรินลดากล่าวสุนทรพจน์เปิดงานจบ พิธีกรก็ประกาศลำดับต่อไปซึ่งเป็นไฮไลต์ของงาน

“และในวันนี้ ทางกองทัพขอมอบรางวัล ‘ยุวชนทหารยอดเยี่ยมแห่งทศวรรษ’ ผู้สร้างผลงานด้านนวัตกรรมความมั่นคงและชนะเลิศการแข่งขันยุทธวิธีทหารระดับนานาชาติ ขอเสียงปรบมือต้อนรับ นักเรียนเตรียมทหาร พยัคฆ์ ภักดีวัชระ และ นักเรียนเตรียมทหาร มังกร ภักดีวัชระ ครับ!”

ประตูใหญ่ตรงกลางเวทีเปิดอ้าออก แสงไฟสาดส่องไปที่ร่างของเด็กหนุ่มวัย 13 ปีสองคน ที่เดินเคียงคู่กันออกมาอย่างสง่าผ่าเผย พวกเขาสวมเครื่องแบบนักเรียนเตรียมทหารเต็มยศ รูปร่างสูงโปร่ง ไหล่กว้าง และมีใบหน้าที่หล่อเหลาคมคาย แววตาของเด็กหนุ่มทั้งสองเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและฉลาดหลักแหลม พวกเขาเดินมาหยุดยืนทำความเคารพตรงหน้ารินลดาด้วยท่าทีที่พร้อมเพรียงและแข็งขัน

รินลดายิ้มอย่างภาคภูมิใจ เธอกลัดเหรียญเชิดชูเกียรติลงบนอกเสื้อของลูกชายทั้งสอง ก่อนที่พยัคฆ์และมังกรจะสวมกอดแม่ของพวกเขา ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกึกก้องยาวนานจากนายทหารนับพันนายในหอประชุม

วินาทีนั้นเอง… ธีรเดชที่นั่งมองภาพบนเวที ถึงกับเบิกตากว้างจนแทบถลน เลือดในกายเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็ง ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนเก้าอี้ที่นั่งอยู่สั่นตาม!

เด็กหนุ่มฝาแฝดสองคนนั้น… มีเค้าโครงหน้า จมูก และรูปปากที่เหมือนกับเขาสมัยหนุ่มๆ ราวกับพิมพ์เดียวกัน! แต่สิ่งที่เหนือกว่าคือแววตาที่ทรงพลังและความสง่างามที่พวกเขาได้รับมาจากผู้เป็นแม่…

‘13 ปี… ฝาแฝด… นามสกุลของรินลดา…’

สมองของธีรเดชประมวลผลอย่างรวดเร็ว ความจริงที่กระแทกเข้าแสกหน้าทำเอาเขาลืมหายใจ เด็กหนุ่มที่กำลังยืนรับเกียรติยศสูงสุดระดับชาติ เป็นที่เชิดหน้าชูตาของกองทัพ และเป็นทายาทของผู้บัญชาการหญิงผู้ยิ่งใหญ่… คือลูกชายฝาแฝดที่เขาเคยสั่งให้ไปทำแท้ง! คือสายเลือดที่เขาผลักไสไล่ส่งด้วยความรังเกียจ!

“ม… ไม่จริง… ลูกของฉัน… นั่นลูกชายของฉัน!” ธีรเดชพึมพำเสียงหลง น้ำตาแห่งความสำนึกผิดและความสูญเสียอันมหาศาลไหลทะลักออกมาจากดวงตา

เขาทำอะไรลงไป! เขาโยนเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตทิ้งไปถึงสามเม็ด เพื่อแลกกับก้อนกรวดเน่าๆ ที่สุดท้ายก็ทิ้งเขาไปจนหมดตัว! หากวันนั้นเขาเลือกที่จะอยู่กับครอบครัว วันนี้เขาคงกลายเป็นสามีของนายพลหญิง และเป็นพ่อของเด็กหนุ่มอัจฉริยะที่คนทั้งประเทศต่างยกย่อง เขาคงได้นั่งอยู่บนเก้าอี้แถวหน้าสุด ไม่ใช่ต้องมานั่งตัวสั่นเป็นหมาจนตรอกอยู่ตรงนี้!

ความเสียดายและความโลภทำให้ธีรเดชขาดสติ เมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง และรินลดากำลังเดินลงจากเวทีพร้อมกับลูกชายทั้งสองท่ามกลางวงล้อมของบอดี้การ์ดทหาร ธีรเดชก็พุ่งพรวดออกจากที่นั่ง ฝ่าฝูงชนเข้าไปหาพวกเขาทันที

“ริน! รินลดา! พยัคฆ์! มังกร! นี่พ่อเองลูก! พ่ออยู่นี่!” ธีรเดชตะโกนลั่นหอประชุม พยายามจะวิ่งเข้าไปกอดเด็กหนุ่มทั้งสอง

“หยุดอยู่ตรงนั้น!” เสียงตวาดกร้าวของบอดี้การ์ดดังขึ้น พร้อมกับปืนเอ็ม 16 ที่ลดปากกระบอกลงมาเล็งที่หน้าอกของธีรเดช ทหารนับสิบประชิดตัวและกดร่างของเขาให้ทรุดคุกเข่าลงกระแทกพื้นหินอ่อนอย่างแรง!

ความวุ่นวายทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นหันมามอง รินลดาหยุดเดิน เธอหันกลับมามองผู้ชายที่กำลังคุกเข่าอยู่แทบเท้าด้วยสายตาที่เย็นเยียบและว่างเปล่า ไร้ซึ่งความผูกพันหรือความโกรธแค้น มีเพียงความ ‘สมเพช’ ที่มอบให้เท่านั้น

“ริน… รินจ๋า… ผมผิดไปแล้ว ผมตาบอดที่ทิ้งคุณกับลูกไป…” ธีรเดชสะอื้นไห้ ยกมือพนมไหว้ปลกๆ “ลูกๆ โตขึ้นมากเลยนะหล่อเหมือนพ่อเลย… ให้ผมกลับไปทำหน้าที่พ่อเถอะนะริน เรากลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันเถอะนะ ผมไม่เหลือใครแล้ว ผมรักคุณกับลูกนะ!”

คำพูดที่เห็นแก่ตัวและน่ารังเกียจ ทำให้ ‘พยัคฆ์’ และ ‘มังกร’ ก้าวออกมายืนบังหน้าผู้เป็นแม่ เด็กหนุ่มวัย 13 ปีทั้งสองคนมองชายวัยกลางคนตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจเหยียดหยาม

“คุณลุงสติไม่ดีหรือเปล่าครับ?” พยัคฆ์ แฝดผู้พี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงอำนาจเกินวัย “ผมกับน้องไม่มีพ่อครับ พ่อของเราตายไปตั้งแต่ 13 ปีที่แล้ว ตายไปพร้อมกับความขี้ขลาดและเห็นแก่ตัวในห้องเช่ารูหนู กรุณาอย่ามาแอบอ้างความสัมพันธ์กับสายเลือดของพวกเรา เพราะมันทำให้เกียรติยศของตระกูลเราต้องแปดเปื้อน!”

“ใช่ครับ” มังกร แฝดผู้น้องเสริมด้วยรอยยิ้มเยาะ “คนที่จะมาเป็นพ่อของพวกเราได้ ต้องเป็นสุภาพบุรุษที่ปกป้องแม่ได้ ไม่ใช่เศษขยะที่ทิ้งผู้หญิงท้องไปเกาะกระโปรงผู้หญิงรวย… รปภ. ครับ รบกวนเอา ‘สิ่งปฏิกูล’ ชิ้นนี้ออกไปจากหอประชุมด้วยครับ กลิ่นความล้มเหลวมันเหม็นจนผมเวียนหัวแล้ว”

คำพูดที่เชือดเฉือนทะลุถึงกระดูกดำจากปากของลูกชายแท้ๆ เปรียบเสมือนหอกแหลมนับพันเล่มที่แทงทะลุหัวใจของธีรเดช! เขาอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก น้ำตาไหลพรากอาบหน้าด้วยความอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

รินลดามองอดีตสามีเป็นครั้งสุดท้าย เธอยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มของผู้ชนะที่สมบูรณ์แบบ

“ได้ยินชัดแล้วใช่ไหม ธีรเดช… นี่คือผลผลิตที่ฉันสร้างขึ้นมาจากหยาดน้ำตาที่แกเคยทิ้งไว้ให้ ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะทำให้แกต้องเสียใจไปตลอดชีวิต… และวันนี้ แกก็ได้เห็นกับตาแล้ว ว่าแกได้สูญเสียสิ่งที่ยิ่งใหญ่และมีค่าที่สุดในโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันได้กลับคืนมา ไสหัวไปซะ และอย่ามาให้ฉันกับลูกเห็นหน้าอีก!”

สิ้นคำสั่งของพลตรีหญิง ทหารรักษาพระองค์ก็หิ้วปีกธีรเดชที่กำลังร้องไห้โหยหวนและดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง ลากตัวเขาออกไปจากหอประชุมอันทรงเกียรติ ทิ้งให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความล้มละลาย ความโดดเดี่ยว และความทรงจำอันแสนเจ็บปวดที่จะตามหลอกหลอนเขาไปจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

ส่วนรินลดา พยัคฆ์ และมังกร พวกเขาหันหลังกลับ ก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางแห่งความรุ่งโรจน์และเกียรติยศอย่างสง่างาม เป็นการปิดฉากความแค้นและหยาดน้ำตาตลอด 13 ปี ด้วยชัยชนะที่สวยงามและสาสมที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้!

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!